วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ICT กับภาษาอังกฤษ


ICT กับภาษาอังกฤษ
ICT มาจาก
- Information สารสนเทศ, สารนิเทศ, ในบางครั้งหมายถึงข้อมูล
- Communication การสื่อสาร
- Technology เทคโนโลยี
                นับตั้งแต่ ผอ.สถาพร  ศรีม่วง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครนายก ท่านมีนโยบายให้ ครูใช้ ICT ในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านก็เร่งพัฒนาห้องพิเศษต่างๆ ให้มีความพร้อม ความสมบูรณ์เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน และที่จำเป็นต้องมีคือ เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมกับเครื่องฉาย Projector ประจำห้อง ซึ่งห้อง Sound Lab ของกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ก็ได้รับการติดตั้งเป็นห้องแรก
                เมื่อได้รับมาแล้ว ผมซึ่งเป็นผู้ดูแลห้อง Sound Lab ก็ต้องเร่งพัฒนาชิ้นงานเพื่อสนองตอบนโยบายของท่านผู้อำนวยการ โดยการใช้สื่อ ICT ที่ผลิตขึ้นในการสอนภาษาอังกฤษให้แก่เด็กๆทุกชั่วโมง ในการนี้ได้ใช้โปรแกรม Powerpoint เพราะใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน สะดวกในการผลิต และเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในโรงเรียนต่างก็มีโปรแกรมนี้แล้ว สามารถนำไปใช้ได้ทุกที่
                ในครั้งนี้ผมขอเสนอแนวคิดของตัวเองในการผลิตสื่อ ICT ที่ใช้อยู่ทุกวันให้ผู้อ่านได้พิจารณาว่า ผมมีหลักการและวิธีนำเสนออย่างไรบ้าง  ลองดูนะครับ
หลักในการจัดทำสื่อ ICT (Powerpoint)
1. ใช้ตัวการ์ตูน หรือรูปภาพบุคคลที่เด็กรู้จักมาเป็นตัวละครในการสอนบทสนทนาและเป็นตัวแทนครูในการอธิบายเนื้อหา
2. ใช้รูปภาพ การ์ตูนตลก หรือรูปภาพตลกประกอบการสอน
3. ใช้ภาพเคลื่อนไหวเพื่อให้บทเรียนน่าสนใจ ทิศทางการเคลื่อนที่ของรูปภาพ ต้องไม่ฝืนความเป็นจริง
4. มีการแปลงคำศัพท์เป็นรูปภาพหรือสัญลักษณ์ เพื่อเร้าความสนใจของเด็ก
5. ใช้ลูกศรช่วยในการอธิบายเนื้อหา หรือเพิ่มอารมณ์ขันให้บทเรียน
6. ใส่ความตลก ขบขัน ลงในบทพูด หรือใช้รูปภาพตลกประกอบ และใส่ชื่อเด็กที่มีอารมณ์ดีลงในตัวการ์ตูน
7. ใช้สีสันสดใสประกอบฉาก สี ขนาดและรูปแบบตัวอักษร ต้องดึงดูดความสนใจ อ่านง่าย สบายตา
8. การจัดองค์ประกอบในแต่ละฉาก ต้องไม่แน่น หรือหลวมเกินไป
9. ใช้กรอบข้อความเพื่อแบ่งส่วนของเนื้อหา
10. หารูปภาพที่ต้องการจาก www.google.com

สำหรับแนวทางในการใช้สื่อ ICT (Powerpoint) มีดังนี้     
1. ใช้สอนหรือทบทวนบทสนทนาก่อนเข้าเนื้อหาทุกครั้ง
2. ใช้ทบทวนคำศัพท์ เนื้อหาเก่าก่อนเข้าเนื้อหาใหม่ทุกครั้ง โดยใช้กิจกรรม
- อักษรอะไรหายไป รู้ไหม (ทดสอบการสะกดคำศัพท์)
- คำศัพท์ต่อไปนี้ มีตัวอะไรบ้าง จำได้ไหม (ทดสอบการสะกดคำศัพท์)
- การเทียบอักษร เพื่อเป็นหลักในการอ่าน
- คำศัพท์ต่อไปนี้ ยากนะ จะอ่านได้ไหม (ฝึก / ทดสอบการอ่าน)
- พอจะจำได้ไหม (ทดสอบและทบทวนการอ่าน ทดสอบและทบทวนคำศัพท์ ทดสอบและทบทวนหลักเกณฑ์ทางภาษา)
- ดูรูป แล้วพูดบอกความหมาย (ทดสอบและทบทวนการอ่าน ทดสอบและทบทวนคำศัพท์)
- จับคู่คำศัพท์กับความหมาย (ทดสอบและทบทวนคำศัพท์)
- จับคู่คำศัพท์กับคำอ่าน (ทดสอบและทบทวนการอ่าน)
- จับคู่คำศัพท์กับรูปภาพ (ทดสอบและทบทวนคำศัพท์)
3. การให้เด็กตอบพยายามอย่าให้เด็กเดาทางถูก พยายามหักมุมในด้านที่เด็กคาดไม่ถึง
4. จะต้องฝึกให้ครบทั้ง 4 ทักษะคือ ฟัง พูด อ่านและเขียน
5. จงพูดท้าทาย เพื่อเป็นการกระตุ้นและเร้าความสนใจของเด็ก
6. ให้เด็กมีโอกาสได้เคลื่อนไหว หรือออกท่าทาง
7. มีเกมหรือกิจกรรมง่ายๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ความคิดเพื่อหาคำตอบ
8. เปิดโอกาสให้เด็กได้ทาย เพื่อให้เขาได้ฝึกพูด และให้รางวัลเมื่อเขาตอบถูก
9. ก่อนเฉลยคำถาม หรือแบบฝึกหัด ต้องให้เด็กพูดตอบก่อนทุกครั้ง
10. มีแบบฝึกหัดแบบตัวเลือกพร้อมเฉลยทันที พร้อมทั้งเหตุผลประกอบ
11. การเลือกคำตอบจากจอ อาจให้เด็กใช้ไฟฉายแสงเลเซอร์ยิงไปที่จอได้ (เด็กเตรียมมาเองหรือครู
 เตรียมไว้หลายๆอันให้เด็กยืมใช้ก็ได้)
12. มีการเว้นช่องว่างเพื่อเติมคำ ให้เด็กทายคำศัพท์ก่อนหลายๆคน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกพูด ก่อนที่
 จะเฉลย  (ใครตอบถูกคนแรกจะได้รับรางวัล)
13. ในการให้การบ้านบางครั้ง ให้เด็กจดลงสมุดก่อนเข้าบทเรียน โดยต้องให้เวลาที่เหมาะสม
14. ในการฝึกการฟังเพื่อเติมคำลงในช่องว่าง ไม่ควรให้ฟังทีละข้อแล้วให้เด็กเติมคำ แต่ควรเปิดเสียง
ติดต่อกันหลายๆเที่ยว เพื่อเด็กจะได้มีสมาธิในการตั้งใจฟังมากขึ้น โปรแกรมที่ใช้ในการนี้คือ Jet Audio เพราะโปรแกรมนี้จะหมุนวนติดต่อกันเมื่อจบไฟล์เสียง
15. นำกรอบบทเรียนเก่ามาสอดแทรกเป็นระยะๆ เพื่อทบทวนความรู้เดิม

จากการสังเกตจะเห็นได้ชัดเจนว่าเด็กที่เรียนโดยใช้สื่อ ICT เด็กสามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้น จำเนื้อหาได้มากขึ้น เข้าใจบทเรียนดีขึ้น เรียนอย่างมีสมาธิ และที่สำคัญที่สุดคือ สนุกกับการเรียน แต่สำหรับเด็กบางคนล่ะ……….อืมมมม………..แค่อยากรู้ว่า ถ้าเทวดาเหาะจากฟ้าลงมาสอน เด็กกลุ่มนี้จะเรียนได้ดีไหม……เท่านั้น
………………………………………………………………
ตัวอย่าง กรอบบทเรียน สื่อ ICT (powerpoint)








 

















====================================================

 นายมณเฑียร  ฤกษ์วิสาข์
29 กรกฎาคม 2555






วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การจัดค่ายภาษาอังกฤษ (12)


การจัดค่ายภาษาอังกฤษ (12) 
                ตอนแรกคิดว่าจะเขียนเรื่องเทคนิคการสอนส่วนตัว แต่เกิดนึกขึ้นได้ว่าเรายังเก็บเอกสารเก่าๆเกี่ยวกับการจัดค่ายภาษาอังกฤษไว้ เลยไปรื้อดู อืมมมมมม....ได้มาก็หลายเล่มนะ เล่มละปี เปิดอ่านดูก็มีแต่เรื่องที่เขียนแล้วทั้งนั้น
                แต่พอเปิดดูปี 2007 หรือ 2550 ก็ได้เรื่องเลย เราลืมไปได้ยังไงนะ ช่วงนั้นจำได้ว่าอยากใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดกิจกรรมบ้าง เผอิญไปเปิดดูหนังสือภาษาอังกฤษของนักเรียนสองภาษา (EP) เห็นมีการสอนเรื่องการเขียนอีเมล์ เลยนำจุดนี้มาจัดกิจกรรม แล้วตั้งชื่อฐานว่า E-mail Writing ลองอ่านดูนะ
Station 5 : E-mail Writing
วิทยากรประจำฐาน : ครูกฤตยา  ชุมประเสริฐ
กิจกรรม
1.             แบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน
2.             ครูแจกใบความรู้เรื่องการเขียน E-mail
3.             ครูอธิบายแบบฟอร์มของ E-mail
4.             ให้นักเรียนอ่านข้อความใน E-mail แล้วสรุปเป็นภาษาไทย
5.             ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนตอบ E-mail
6.             ลอก E-mail ที่ช่วยกันเขียนลงในเอกสารของตน
7.             กลุ่มใดเขียนได้ดีที่สุดเป็นฝ่ายชนะ
อุปกรณ์
1.             ใบความรู้เรื่องการเขียน E-mail จำนวน 100 แผ่น
2.             ขนม 10 ถุง แจกรางวัลแก่ผู้ชนะกลุ่มละ 2 ถุง

   ใบความรู้
จากบนลงล่าง
        1.   Sender’s e-mail address
        2.   Receiver’s e-mail address
        3.   Subject of e-mail
        4.   Greeting
        5.   Opening paragraph
        6.    Mail message
        7.    Closing paragraph
        8.     Closing phrase
        9.     Sender’s name

 ข้อความใน e-mail ที่ให้เด็กอ่าน

















From : montien@anuban.com
To : Nicole@hotmail.com
Subject : My English Camp
                Hi, Nicole,
How are you? I just had a wonderful English Camp last week. There were many stations for us to join. They were singing and dancing station, doll dressing station, drawing and painting station, words collecting station and word finding station.
I liked word finding station because all the words were so small. I can’t read. Until I had a lense that the trainer gave us. I had so much fun with it.
Do you have English Camp in your school? I am waiting for your e-mail.
Your friend,
Montien

แบบฟอร์ม e-mail ที่ให้เด็กเขียน
















หมายเหตุ
                การจัดกิจกรรมฐานนี้ ไม่ได้ให้เด็กส่งอีเมล์จริงๆ แต่ให้เด็กเขียนลงในใบงาน ปกติแล้วฐานนี้เป็นเพียงฐานฝึกอ่านและฝึกเขียนธรรมดา แต่เพื่อล่อใจและดึงดูดใจเด็ก จึงตั้งชื่อฐานให้น่าสนใจ ในขณะเดียวกันก็สอนให้เด็กรู้หลักในการเขียนอีเมล์ที่ถูกต้องด้วย

==============================================


มณเฑียร  ฤกษ์วิสาข์
23 กรกฎาคม 2555




วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เทคนิคการหลอกเด็ก 2


เทคนิคการหลอกเด็ก 2 (การอ่านประกอบลีลา)
                เด็ก ป.3 จะเป็นเด็กที่อยู่ในวัยที่ไม่ค่อยชอบอยู่นิ่ง อยากเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เด็กผู้หญิงนี่ไม่ค่อยเท่าไร แต่เด็กผู้ชายนี่สิ ชอบลุกจากที่ เพ่นพ่านไปทั่วห้อง ไม่ได้ไปดื้อไปซนที่ไหน ขอแต่เพียงได้ลุกจากที่ เดินไปโน่นไปนี่บ้างเท่านั้น
                ถ้าเราลองสังเกตดูจะเห็นว่า ถ้าครูขออาสาสมัครให้เด็กออกมาทำอะไรสักอย่าง จะมีเด็กอาสาออกมาเยอะมาก ที่ออกมาเพราะไม่อยากอยู่กับที่ อยากได้เคลื่อนไหวโดยที่ไม่ถูกครูดุเท่านั้น
                ในการสอนเด็กอ่านประโยคบนจอภาพ (ผมใช้ Powerpoint ฉายผ่านเครื่อง Projector) หรือแต่งประโยค ผมมักจะบอกเด็กว่า “เด็กๆ ใครคิดว่าอ่านได้ หรืออ่านพอได้ ให้ยืนขึ้น แล้วอ่านดังๆพร้อมๆกัน” เด็กๆที่อยากอ่านก็จะลุกขึ้น แล้วอ่านตามที่เราต้องการ
                ในการอ่านนี้ ผมมักจะให้เด็กอ่านหรือแต่งประโยคครั้งละ 1 ประโยค แล้วให้นั่งลง แล้วก็พูดแบบเดิมในประโยคต่อๆไป ในข้อแรกส่วนมากเด็กที่อ่านจะมีน้อย แต่พอข้อที่ 2 และข้อต่อๆไป จำนวนเด็กที่อ่านจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะรูปแบบประโยคสำหรับเด็กในชั้นนี้จะไม่ซับซ้อน ส่วนมากจะเป็นประโยคที่เลียนแบบกันไปมา จะเปลี่ยนแค่คำศัพท์บางคำเท่านั้น
                วันหนึ่งผมสอนเรื่องการถามความรู้สึกว่า “คุณชอบ...........ไหม” ผมแกล้งถามเด็กว่า “เด็กๆครับ เดี๋ยวครูจะให้แต่งประโยคเป็นภาษาอังกฤษ ใครคิดว่าแน่ อ่านได้ ให้ยืนขึ้น” เด็กที่เก่งจะยืนขึ้น 4 - 5 คน ผมก็แกล้งนับว่า “แถวด้านซ้ายมีคนเดียว แถวด้านขวามี 4 คน”  (พูดถึงตรงนี้เพียงอยากจะบอกว่า เด็กแต่ละแถวไม่อยากเป็นผู้แพ้ อยากเป็นผู้ชนะ อยากมีส่วนร่วมทำให้กลุ่มของตนชนะซึ่งจะมีผลในการอ่านข้อต่อๆไป)
                ผมฉายภาพขึ้นจอว่า “มาฝีกถามกันดีกว่า.....ยากนะ”  คำว่า “ยากนะ” จะเป็นการท้าทายเด็ก ทำให้เด็กอยากเอาชนะ ต้องทำให้ดีที่สุด แล้วผมบอกเด็กว่า “ก่อนอ่านให้เอามือดึงหู 2 ข้าง แล้วอ่านพร้อมๆกัน” แล้วผมก็ฉายภาพขึ้นจอ
“คุณชอบไก่ทอดไหม” เด็กๆจะดึงหูตนเองแล้วแต่งประโยคแบบยิ้มๆว่า “Do you like fried chicken?” แล้วผมก็ฉายคำเฉลยขึ้นจอ
เด็กคนอื่นๆ พอได้ยินเพื่อนๆแต่งประโยค และเห็นคำเฉลยบนจอ ก็จะเกิดความมั่นใจมากขึ้น พอผมบอกว่า “ข้อต่อไปใครจะอ่านลุกขึ้น” เท่านั้นแหละ เด็กๆจะลุกขึ้นยืนเกือบหมดห้อง แล้วผมก็บอกว่า “ทุกคนให้หันหน้าไปด้านขวา ก้าวเท้าซ้ายครึ่งก้าว กอดอก ก้มหน้านิดๆ แล้วหันหน้าไปที่จอ”
“คุณชอบไข่ดาวไหม” เด็กๆจะพูดว่า “Do you like fried eggs?” แล้วยิ้ม พูดแต่งประโยคด้วยความสนุก
คราวนี้เด็กๆ จะไม่ยอมนั่งกันแล้ว ผมก็แกล้งถามว่า “พวกคุณจะเหมากันหมดทุกข้อเลยหรือ” เด็กๆจะตอบว่า “ใช่ครับ / ค่ะ”
ในข้อต่อๆไปผมก็จะให้เด็กทำท่าประกอบการแต่งประโยคดังนี้
1.             ยกมือซ้ายกอดอก มือขวาใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้ทำเป็นรูปตัววี วางไว้ใต้คาง
2.             เอานิ้วบีบจมูก
3.             เอานิ้วเขย่าคอ
4.             เอามือปิดหู
5.             เอามือเท้าเอว แล้วส่ายเอวแบบเต้นฮูลาฮูพ
6.             เอามือจับไหล่ 2 ข้างแล้วหมุนไหล่
7.             เอามือจับเข่าแล้วโยกเข่า
8.             ยืนบนปลายเท้า แล้วเขย่ง
                           ฯลฯ











                


                ในแต่ละข้อที่เด็กแต่งประโยค เด็กจะพูดด้วยความสนุกสนาน ในขณะเดียวกันก็จะได้เคลื่อนไหวร่างกายตามที่พวกเขาต้องการ
                แต่ละห้องที่สอน พอถามเด็กๆว่าชอบท่าไหนมากที่สุด เด็กๆส่วนใหญ่จะตอบว่า ชอบท่าเขย่ง ท่าเต้นฮูลาฮูพ และท่าเขย่าคอ
                ครูอย่างเราๆ จะมีความสุขที่สุดก็ตอนที่เด็กๆชอบกิจกรรมที่เราจัดให้ และร่วมกิจกรรมด้วยความสนุก ได้เรียนรู้แบบไม่รู้ตัว
                เทคนิคนี้คิดว่าใช้ได้เฉพาะเด็กเล็ก ถ้าเป็นเด็กโต คงต้องหาเทคนิคแปลกๆ ใหม่ๆเพื่อให้เขาได้เรียนรู้อย่างสนุก ตามแบบที่เขาต้องการ
                เพื่อนๆที่อ่านแล้วมีความเห็นอย่างไร เขียนวิจารณ์กันบ้างนะ อย่างน้อยลงชื่อทิ้งไว้บ้างก็ยังดี เพื่อจะได้รู้ว่าบทความที่เขียนนี้ก็มีคนอ่าน จะได้เป็นกำลังใจในการเขียนครั้งต่อๆไป


================================================
                                         
 มณเฑียร  ฤกษ์วิสาข์
25 กรกฎาคม 2555







วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เทคนิคการหลอกเด็ก


เทคนิคการหลอกเด็ก (เป็นกรรมการ)
                ในการสอนแต่ละชั่วโมง แต่ละห้องครูภาษาอังกฤษอย่างเราๆก็จะต้องฝึกทักษะให้เด็กให้ครบทั้ง 4 ด้าน  แล้วแต่ว่าครูแต่ละท่านจะมีวิธีการสอน หรือวิธีการหลอกเด็กอย่างไร เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้
                ปัญหาอย่างหนึ่งที่พวกเราพบกันบ่อยๆคือเด็กไม่กล้าอ่าน เพราะกลัวอ่านผิด กลัวเพื่อนจะหัวเราะเยาะ หรือไม่ก็อ่านไม่ออกบ้าง หรือบางคนก็อ่านเสียงค่อยจนแทบไม่ได้ยินก็มี
                ก่อนหน้าที่ผมจะใช้เครื่อง Projector สอนเด็ก (เด็ก ป.3) ผมจะเขียนคำศัพท์ที่ต้องการสอนบนกระดานดำประมาณ 10 คำ แล้วใช้เลเซอร์ชี้คำศัพท์ อ่านออกเสียงให้เด็กฟังทีละคำ ให้เด็กอ่านตาม จากนั้นก็ชี้ให้เด็กอ่านพร้อมกันทั้งห้อง  ต่อมาผมก็จะขออาสาสมัครให้อ่านคำศัพท์ที่ตนเองต้องการแค่ 1 คำ โดยยื่นเลเซอร์ให้เด็กชี้ไปที่คำศัพท์ที่ต้องการแล้วอ่านดังๆ (ให้อ่านคนละคำเท่านั้น) ถ้าเด็กอ่านได้ถูกต้อง ผมก็จะชูนิ้วหัวแม่มือแล้วพูดว่า “สอบบบบบบ ผ่าน” แต่ถ้าอ่านผิด ก็จะคว่ำนิ้วหัวแม่มือลง แล้วพูดว่า “สอบบบบบบ ตก”
                คราวนี้จะมีอาสาสมัครที่ต้องการอ่านเยอะมาก เพราะต้องการเล่นกับเลเซอร์บ้าง และต้องการจะอ่านให้ครูฟังบ้าง เพราะอ่านแค่คำเดียวไม่ยากเกินไป เขาจะเลือกเฉพาะคำที่เขามั่นใจที่สุด พอได้รับคำชม เด็กจะมีกำลังใจมากขึ้น
                แต่ปัญหาที่ตามมาคือ เด็กจะร้องขอเสียงดัง จะไม่ฟังเพื่อนอ่าน จะสนใจแต่เพียงว่าครูจะเลือกให้ตนอ่านหรือไม่เท่านั้น
                สำหรับในเรื่องนี้ ผมก็จะบอกเด็กๆว่า “ต่อไปพวกคุณช่วยเป็นกรรมการหน่อยนะ ฟังเพื่อนอ่านแล้วช่วยตัดสินหน่อยว่า เพื่อนจะสอบผ่าน หรือสอบตก โดยให้ทุกคนยกนิ้วไปทางเพื่อนคนที่อ่านนะ”
                เด็กๆจะตั้งใจฟังเพื่อนอ่าน แล้วก็คอยชูนิ้วพร้อมกับตัดสินว่าเพื่อนจะสอบผ่านหรือสอบตก
                เทคนิคนี้จะทำให้เด็กตั้งใจฟังเพื่อนอ่าน ห้องจะเงียบลง เด็กๆจะเรียนรู้การอ่านคำศัพท์ไปโดยปริยาย ในขณะเดียวกัน เด็กๆจะสนุกกับการเป็น กรรมการ

=================================================
                               
                              
 มณเฑียร  ฤกษ์วิสาข์ 
 24 กรกฎาคม 2555





 

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การจัดค่ายภาษาอังกฤษ (11)


การจัดค่ายภาษาอังกฤษ (11)
                ว่างเว้นจากการเขียนเสนอแนะการจัดค่ายภาษาอังกฤษมาหลายปี ช่วงนั้นคิดว่าจะเลิกเขียน เพราะเริ่มขี้เกียจ และก็ท้อใจเพราะไม่ทราบว่าสิ่งที่เขียนไปจะมีคนอ่านไหม จะมีคนนำไปใช้ประโยชน์ไหม และอีกอย่างก็ได้ลาออกจากหัวหน้าสาระภาษาต่างประเทศ อยากให้หัวหน้าสาระฯคนใหม่ได้แสดงฝีมือบ้าง เลยไม่ได้คิดกิจกรรมใหม่ๆออกมา ส่วนมากกิจกรรมที่ใช้ในการจัดค่ายก็วนเวียนอยู่ในลักษณะเดิม เพียงแต่เปลี่ยนรายละเอียดนิดหน่อยเท่านั้น
                แต่เมื่อเดือนกันยายน 2554 ทางกลุ่มฯได้จัดงานเกษียณฯให้กับครูในกลุ่มฯ ก็ได้ไปร่วมงานนี้ และในงานนี้เองได้พบกับลูกศิษย์เก่าคนหนึ่ง ซึ่งคุณพ่อของเธอที่เป็นผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งในกลุ่มฯก็ได้เกษียณด้วยเช่นกัน เธอเข้ามาหาและพูดกับเราว่า
                “คุณครูมณเฑียรคะ คุณครูทราบไหมว่าคุณครูดังไปทั่วจังหวัดหนูแล้วนะ”
                พอได้ยิน เราก็งงนะ งงมากๆเลย เอ....เราไปทำอะไรไว้นะ ทำไมเราจึงดังได้ขนาดนั้น เลยถามเธอไปว่า “แล้วครูดังไปได้ยังไง”
                เธอบอกว่า ตอนเธอไปอบรมการสอนภาษาอังกฤษที่จังหวัดของเธอจัด ศึกษานิเทศก์แนะนำเว็บบล็อกของเรา ศึกษานิเทศก์บอกว่าที่โรงเรียนของเราจัดค่ายภาษาอังกฤษแบบเอาจริงไม่ได้ทำเล่นๆ และก็ทำได้ดีมากๆ แล้วก็แนะนำให้ครูที่เข้าอบรมไปศึกษาจากเว็บบล็อกของเรา
                ได้ยินแค่นี้ เราก็มีความสุขมากขึ้น คิดว่าไม่เสียแรงที่ทำเว็บบล็อกนี้ขึ้นมา กำลังใจที่จะเขียนต่อก็มีมากขึ้น
                แล้วเธอก็บอกให้เราเขียนต่อ เธอจะรออ่านจะได้นำไปพัฒนาที่โรงเรียนของเธอ เราก็รับปาก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ลงมือเขียนสักที
                จนเมื่อ 31 มีนาคม 2555 มีการสังสรรค์คณะครูโรงเรียนอนุบาลจังหวัดของภาคตะวันออก ที่อนุบาลชลบุรีเป็นเจ้าภาพ ก็ได้พบเพื่อนเก่าคนหนึ่งที่เรียนที่ วค.อยุธยาด้วยกัน ไม่ได้พบกันมา 30 กว่าปี
                เพื่อนบอกว่าย้ายไปอยู่ที่ รร.อนุบาลแห่งนี้มาหลายปีแล้ว ตอนนี้สอนอังกฤษ ป.1 แล้วก็บอกเราว่า เว็บบล็อกที่เราเขียนมีประโยชน์มาก อยากให้เราเขียนอีก เราก็แกล้งถามไปว่ารู้จักบล็อกของเราได้ยังไง เพื่อนก็บอกแบบที่ลูกศิษย์เก่าเราบอกนั่นเอง
                ตอนนี้กำลังใจมีมามากเลยนะเลยสัญญากับเพื่อนว่า ถ้ามีเวลาและโอกาสจะเขียนต่ออีกเท่าที่สมองเหี่ยวๆของเรายังใช้การได้
                คิดมาถึงตรงนี้นึกได้ว่า ก่อนที่จะหยุดคิดกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ เรายังมีเหลืออีกกิจกรรมนะที่คิดไว้ และจัดไปแล้วนั่นคือกิจกรรมจับคู่คำศัพท์กับรูปภาพ แต่พอหาไฟล์ในคอมพ์กับในแผ่น CD ที่ก๊อปเก็บไว้ กลับหาไม่เจอ อืมมมม......จะเอายังไงดีนะ  เอาอย่างนี้ดีกว่าเขียนจากความทรงจำแล้วกัน

กิจกรรม Matching
จุดมุ่งหมาย
1.             ฝึกเด็กหัดอ่าน หัดสะกดคำชื่อภาษาไทยที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ
2.             ฝึกเด็กอ่านภาพสัญลักษณ์เป็นภาษาอังกฤษ
3.             ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ
อุปกรณ์
1.             ตัดกระดาษแข็งขนาดไพ่ป๊อก ชุดละ 60 ใบ จำนวน 4 ชุด เท่ากับจำนวนกลุ่มเด็ก
โดยที่ 10 ใบแรก เป็นรูปภาพตัวละครในวรรณคดี (พระอภัยมณี  นางผีเสื้อสมุทร  สุดสาคร) และตัวการ์ตูนหรือซูเปอร์ฮีโร ที่เด็กๆร็จัก (Mickey Mouse, Donald Duck, Popeye, Doraemon, Ninja, Batman, Spider Man) อีก 10 ใบ เขียนชื่อ 10 ใบแรกเป็นภาษาอังกฤษ
                อีก 10 ใบต่อมา เป็นรูปภาพสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน สถานีตำรวจ ที่ทำการไปรษณีย์  โรงพยาบาล  สถานีขนส่ง  วัด  โรงเรียน  โรงภาพยนตร์  ร้านอาหาร  สะพาน เป็นต้น และเช่นเดิม อีก 10 ใบก็เขียนคำศัพท์สถานที่ต่างๆ
                อีก 10 ใบเป็นรูปเครื่องหมายจราจร เช่นเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ห้ามเข้า ยูเทิร์นฯลฯ อีก 10 ใบที่เหลือก็เป็นคำศัพท์
2.             นำบัตรภาพทั้ง 60 ใบของแต่ละชุดมาสลับเหมือนสับไพ่ เพื่อให้แผ่นภาพและคำศัพท์กระจายกัน
กิจกรรม
1.             แบ่งเด็กออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน
2.             แต่ละกลุ่มจะได้แผ่นภาพและคำศัพท์กลุ่มละ 1 ชุด (60 ใบ)
3.             ให้เด็กหงายแผ่นภาพและแผ่นคำศัพท์บนพื้น แล้วช่วยกันจับคู่ให้เสร็จให้เร็วที่สุด
หมายเหตุ
1.      ความสนุกอยู่ที่จำนวนบัตรภาพและบัตรคำมีมาก เด็กๆจะต้องพยายามอ่านและหาจับคู่กันให้ได้ กว่าจะได้แต่ละคู่เด็กๆจะต้องอ่านและหาคู่โดยใช้เวลาพอสมควร
2.      กิจกรรมนี้ควรมีพื้นที่ให้เด็กมากพอสมควร เพราะแต่ละกลุ่มจะต้องหงายบัตรภาพและบัตรคำทั้ง 60 ใบลงบนพื้น
3.      สำหรับจำนวนบัตรและหมวดหมู่คำศัพท์ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามระดับชั้นของเด็กและความเหมาะสมที่ครูต้องการจะให้เด็กได้เรียนรู้

ในครั้งนั้นที่จัดกิจกรรมนี้กับเด็กชั้น ป.3 – ป.6 เด็กๆจะบ่นกันว่า บัตรภาพและบัตรคำเยอะ
มาก หากันจนตาลาย แต่ก็สนุก อยากให้มีอีกในปีต่อๆไป
แต่ในปีต่อๆมา หัวหน้าสาระฯได้มอบหมายให้คณะครูฟิลิปปินส์จัดกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ
เราเลยโชคดีไม่ต้องเหนื่อย เราเป็นเพียงครูประจำฐานเท่านั้น เลยไม่ต้องคิดกิจกรรมใหม่ๆออกมา แต่ถ้าวันไหนอารมณ์ดี นึกสนุกขึ้นมาอาจจะคิดหากิจกรรมใหม่ๆก็ได้นะ
                คราวหน้าจะนำเสนอเทคนิคการสอนส่วนตัวจะดีไหม ขอเสียงด้วยนะ.....อิอิอิ

==============================================
 
มณเฑียร  ฤกษ์วิสาข์
21 กรกฏาคม 2555